Phrompong 的个人资料Safe (Cyber)照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
10月24日 22 ต.ค. 2550 ห้อง11พบเพื่อนห่างหายไม่ได้เจอกับพวกเมิงก้อนานแล้ว ดีใจที่ทำให้กูได้เจอกับพวกเมิง จะจำเอาไว้ว่าพวกเมิงยังไม่ลืมกูและกูก็จะไม่ลืมเมิง แม้จะไม่ได้เจอกับทุกคนก็ตาม โอกาสหน้าจะมีอีกรึเปล่ายังไม่รู้เลย ที่กูเมาให้กับพวกเมิงก็กูรักพวกเมิง ไม่สนิทกันกูไม่กินอย่างนั้นหรอก คิดถึงพวกเมิงตลอด ไม่ว่าพวกเมิงจะคิดถึงกูรึเปล่า แต่วันนั้นก็ทำให้กูได้รู้ว่าพวกเมิงก็ยังคิดถึงกูอยู่ กูอยากเรียนอยากอยู่กับพวกเมิงเหมือนตอนที่อยู่มัถยมยังจำทุกข์และสุขที่เคยทำร่วมกันมา
พวกเมิงจะอยู่กับกูตลอดไป 10月5日 เอ็มออน บ่ได้!ขอแจ้งว่า เอ็มเล่นบ่ด้าย ออนได้แต่เปิดcontact listบ่ได้ เลยไม่รู้จะคุยยังไง หรือจะไปฝอยที่HI5ก้อได้ ที่นี่ก็โอเคอ่ะ หรือเห็นออนก็เข้ามาทักนำล่ะ เพราะม่ายรู้ว่าใครออนบ้าง จะรู้ก็ตอนมีใครเข้ามาออน เซ็งว่ะ คอมเป็นเชี่ยไรว่ะ 10月1日 น่าสนใจ แต่ตังไม่มี
Make Model
Yamaha YZF 600 R6
Year
2008
Engine
Liquid cooled, four stroke, transverse four cylinder, DOHC, 4 valves per cylinder.
Capacity
599
Bore x Stroke
67 x 42.5 mm
Compression Ratio
13.1;1
Induction
Fuel Injection with YCC-T and YCC-I
Ignition / Starting
TCI / electric
Max Power
Max Torque
Transmission / Drive
6 Speed / chain
Frame
Deltabox aluminium frame with revised rigidity balance
Front Suspension
41mm inverted fork; 4-way adjustable, 119.4mm wheel travel
Rear Suspension
Single shock; 4-way adjustable, 119.4mm wheel travel
Front Brakes
2x 310mm discs 4 piston calipers
Rear Brakes
Single 220mm disc 1 piston caliper
Front Tyre
120/70 ZR17
Rear Tyre
180/55 ZR17
Seat Height
850 mm
Dry-Weight
166 kg
Fuel Capacity
17.5 Litres
Reviews
9月23日 ตามไม่ทันตั้งแต่ไปอยู่เรือมา 10 เดือน โดนตัดขาดจากโลกภายนอก ข่าวก็ไม่ค่อยรู้ นอกจากจะโทรมาที่บ้านเพื่อตามข่าว และสามารถรู้ได้จาก E-mail ที่ส่งไปหาที่เรือ การส่งจดหมายและส่งพัสดุนั้นจะไปถึงเรือได้ก็ต่อเมื่อมีคนเรือไทยไปเปลี่ยนคนที่เรือ
(การส่งจดหมายกับพัสดุ ถ้าส่งต้องส่งเข้าไปที่บริษัทก่อน และบริษัทก็จะส่งต่อมาที่เรือพร้อมกับคนเรือไทยที่จะมาเปลี่ยนคนที่เรือ)
กลับมาสเปชก็เปลี่ยนรูปแบบใหม่ทำก็ไม่ค่อยเป็นแล้ว และยังจะมามี HI5 อีก ตามไม่ค่อยทันเลย และเพลงใหม่ๆ ตามไม่ทันไป 10 เดือนและอาจจะน้อยกว่านั้นหน่อย เพราะเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2550 เรือได้เข้ามาที่ไทย มาตอน Potato ออกใหม่ เป็นอัลบั้มที่ใหม่ที่สุดบนเรือ ตอนเซฟกลับ...คนเรือไทยที่มาเปลี่ยนคงเอาเพลงใหม่ๆไปฝากคนที่เรือ เพลงบนเรือก็จะใหม่ได้แค่นั้นแหละ จนกว่าจะมีคนเรือไทยใหม่ไปเปลี่ยนคนเรือเก่า เพลงบนเรือถึงจะมีใหม่ คนเรือตามอะไรไม่ค่อยทัน
9月15日 ช่วงพักยกการกลับบ้าน โดยบินจากDublin - Ireland แล้วมาต่อเครื่องที่ Frankfurt - Germany และบินตรงกลับไทยมาถึงเมื่อวันที่ 8 กันยา ช่วงบ่าย การกลับครั้งนี้มันไม่คาดคิดมาก่อน (แต่ก็เคยคิดไว้ว่าจะกลับช่วงเดือนกันยานี้ แต่คิดว่าต่อไปอีกให้ครบปีคงไม่เป็นไรหรอก) โดยบริษัทนั้นไม่ได้ต่อสัญญาให้อีก 3 เดือน และส่งตั๋วเครื่องบินมาพร้อมคนที่มาเปลี่ยน ก็เลยต้องกลับแถบเก็บของไม่ทัน แต่ก็คิดไว้ว่าจะกลับมาสอบเปลี่ยนประกาศนียบัตร
เดือนนี้ก็อยู่ไปโดยไม่ต้องตื่นเช้าและทำงานทุกวัน โดยจะหยุดแค่วันอาทิตย์ช่วงบ่าย มาอยู่บ้านก็ตื่นสายอะไรก็ไม่ค่อยได้ทำ สบายๆเลย 9月10日 Voyage Summary(M.V. MANISAMUT NAREE)บันทึกการดูทางของเรือมณีสมุทร นารี
1. Jebel Ali - U.A.E.
2. Kanbla - India
3. Singapore
4. Shibushi - Japan
5. Taniyama - Japan
6. Longshan - China
7. Koh sichang - Thailand
8. Namibe - Angola
9. Lobito - Angola
10. Luanda - Angola
11. Lagos - Nigeria
12. Rio de janairo - Brazil
13. Nador - Morocco
14. Gibralta - Spain
15. New Orleans - U.S.A.
16. Veracruz - Mexico
17. New Orleans - U.S.A.
18. Dublin - Ireland
เวลา10เดือน กับ13ประเทศ เป็นการเดินทางและทำงานไปด้วยกัน 11月2日 เผชิญหน้ากับความจริงความจริงของคนนี้ที่อยู่ในมุมที่ตัวเองไม่กล้าที่จะออกไป เพราะกลัวว่าทำอะไรไปแล้วมันจะไม่ดี จะไม่เข้าตาใครๆเค้า เลยต้องได้แค่แอบ แอบอยู่ในมุมที่ไม่มีใครเค้าสนใจ และพยายามจะลองเปิดใจทำในสิ่งที่ต้องการ แต่ความกล้า(หน้าด้าน)ในการที่จะจีบใครซักคนมันมีน้อย ก็เลยต้องมาเหงาและเศร้า เป็นความจริงที่ข้างในใจมันเรียกหาเพียงรักจากใครคนหนึ่ง 10月23日 จบทฤษฎี แล้ววันที่รอคอยมา 6 เดือน วันจบลงในวันที่ 13 ต.ค. 2549
มาเล่าถึงวันสอบ วันที่ 11 ต.ค. 2549 จากกำหนดเดิมที่จะต้องสอบเสร็จในวันที่ 13 ต.ค. 2549 ที่เลื่อนสอบมาเป็นวันที่ 11 ต.ค. 2549 เพราะปัญหามาจากการทำเอกสาร Seafarer ของฝ่ายเดินเรือ(คือสาขาที่ข้าพเจ้าเลือกเรียน) ต้องไปทำเอง และโรงเรียนจะพาไปทำที่กรมเจ้าท่าในวันที่ 12 ต.ค. 2549 โดยการให้เลื่อนสอบจากกำหนดสอบ3วัน เป็นวันเดียวคือวันที่ 11 ต.ค. 2549
วันที่ 12 ต.ค. 2549 รถมารับไปทำ Seafarer เวลา 06.30น. ไปถึงกรุงเทพ(กรมเจ้าท่า) 10.00น. พอทำเอกสารเสร็จ(แค่มายื่นเอกสารแล้วจ่ายเงิน) เขาบอกให้มารับวันที่ 27 ต.ค. 2549 หลังจากเสร็จก็ไปกับเพื่อน ไปที่โรงพยาบาลประสาท(ที่ทำงานเก่า ก่อนเพื่อนไปเรียน) อยู่ถึง บ่าย2 ก็ไปบ้านพัก วันนี้ครูบอกให้อดข้าว-น้ำ เพราะจะต้องไปตรวจสุขภาพ ให้อดตั้งแต่หลัง 2ทุ่ม
เช้าวันที่ 13 ต.ค. 2549 ก็ต้องรีบไปที่บริษัท เพื่อไปรายงานตัว ยื่นเอกสาร ไปถึงบริษัท 06.50น.(ครูบอกให้เข้าบริษัท 7โมงเช้า) นั่งรอตั้งนานอยู่หน้าบริษัท กว่าจะได้เข้าไปก็ 08.30น. หิวข้าวก็หิว แล้วขึ้นไปนั่งรอผู้ที่ต้องมายื่นเอกสาร ประมาณ 10.30น.ได้ ถึงจะมา พอเขียนเอกสารเสร็จก็ต้องไปตรวจสุขภาพและไปซื้อPin มาทำวีซ่า พอตรวจสุขภาพเสร็จ ก็เที่ยงพอดี หมอบอกว่าตรวจสุขภาพไม่ต้องอดข้าว-น้ำก็ได้ เพราะไม่ได้ตรวจหาน้ำตาลในเลือด เลยซวยไปเลย หลังจากได้กินข้าวก็ไปซื้อ Pin แล้วกลับมาที่โรงพยาบาล บ่าย2 รอฟังผลตั้งนานกว่าผลจะออกมา ประมาณ บ่าย4โมงครึ่ง ต้องกลับไปที่บริษัทอีก เพื่อส่งเอกสารอีก แล้วต้องวัดชุดหมี รองเท้า แล้วก็รอฟังข่าวจากบริษัท ในวันที่ 17 ต.ค. 2549 ตอนบ่าย
วันที่ 17 ต.ค. 2549 รอฟังข่าวจากเพื่อนที่โทรไปหาบริษัท กลับไม่ได้เรื่องอะไรเลย เพื่อนเลยบอกให้โทรหาใหม่วันพรุ่งนี้ ตอนบ่าย
วันที่ 18 ต.ค. 2549 วันนี้ไปฉีดยาภูมิต้านทานไวรัสตับอับเสบบี(ผลเนื่องมาจากการไปตรวจสุขภาพของวันที่ 13 ต.ค. 2549 ว่าไม่มีภูมิต้านทาน) ตั้งแต่เช้า บ่าย2กว่า ถึงจะได้ฉีดยาเสร็จ เพื่อนก็โทรมาบอกว่าต้องไปบริษัทวันที่ 25-26 ต.ค. 2549 วันนี้ถึงได้เรื่อง
8月4日 อีก 3 เดือนเท่านั้นเป็นเวลาอีก 3 เดือน นับจากวันที่ 7 ส.ค. 2549 จะเป็นการเรียนเทอมที่2 และเป็นเทอมสุดท้ายของภาคทฤษฎีจบ ที่จะจบในเดือนตุลาคม และจะเป็นการฝึกงาน คือภาคปฏิบัติ อีก 6 เดือน ที่ต้องไปใช้ชีวิตอยู่ในเรือ แต่ที่จะได้ฝึกงานต้องอยู่ที่อาจารย์ส่งให้ไปฝึกกับบริษัทไหน แล้วเรือที่บริษัทนั้นจะให้ลงมาถึงตอนไหน ถ้าถึงเร็วก็ได้ลงเร็ว ถ้ามาถึงช้าก็ต้องรอจนกว่าจะได้ลง
ความหวังในตอนนี้ขอเพียงผ่าน 3 เดือนนี้ให้ได้ก่อน หลังจากนี้คงเป็นอนาคตกำหนด จะได้ลงเรือยังไงก็จะขอลงเพื่อเป็นการฝึกงาน แล้วหลังจากจบฝึกงาน ค่อยหาสมัครเอาบริษัทที่มันดีๆ
7月26日 หมดไปแล้ว1เทอมเมื่อวันที่ 24 - 25 ก.ค. 2549 สอบไป 5 วิชา ตั้งแต่เรียนมา เพิ่งมาขยันเอาตอนนี้ ทุกทีสอบมาอ่านหนังสือก็ตอนจะเข้าห้องสอบ นอกเหนือจากนั้นไม่ค่อยอ่านหรืออาจไม่อ่านเลย แต่เรียนที่นี่ทำให้อ่านหนังสือก่อนสอบได้เป็นสัปดาห์ๆ แต่ที่อ่านไปไม่ค่อยออก ดันออกเรื่องง่ายๆที่ไม่ควรจะออก เอาเป็นว่า "เพื่อนๆที่นั่นบอกว่า ง่ายอย่างนี้จะอ่านไปทำไม หนังสือ" แต่ 5 วิชาที่สอบก็อย่างนั้นล่ะหว้า ที่นั้นสอนอันเป้นมันเป้นพื้นฐาน และ มีวิชาที่คนบนบกไม่ได้เรียนด้วย ก็ต้องมียาก มีง่ายเป็นของปกติ แต่ก็ทำได้ก็พอใจแล้ว 7月8日 Safe Come Backวันๆที่เป็นอยู่ในรั้ว โรงเรียนราชาพาณิชย์นาวี ตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค. 2549 ถึง 7 ก.ค. 2549
จะมาพูดถึงวันแรกที่ไปสมัครก่อนเลยแล้วกัน ไปสมัครวันที่ 8 พ.ค. 2549 ก็ไปถึงพัทยา ตี5 พอถึงโรงเรียนก็มีคนมาจากทั่วประเทศมาที่โรงเรียนนี้ เพื่อสมัครเรียน ขั้นตอนสมัครเรียนก็เริ่มจากลงทะเบียนและส่งเอกสารที่โรงเรียนให้เตรียมมาในวันสมัคร พอลงทะเบียนเสร็จ ก็เป็นสอบIQ(ได้ 119) กะสอบสภาพร่างกาย(ทำตามที่กำหนด ดันพื้น 15ครั้ง ซิดอัพ15ครั้ง และดึงข้อ5ครั้ง)และสอบตรวจตาบอดสี พอสอบเสร็จทั้งหมด ก็เข้าไปสอบสัมภาษณ์ และรอฟังผลวันที่ 9 พ.ค. 2549 (โทรไปถามว่าได้หรือไม่ได้)
วันที่ 9 พ.ค. 2549 โทรไปก็ได้ ก็เลยเตรียมของไป
วันมอบตัววันที่ 15 พ.ค. 2549 ก็มาลงรายชื่อและเข้าฟังคำชี้แจงจากทางโรงเรียนโดยครูใหญ่ให้คำชี้แจง
เวลา 10.00น. ก็เลยไปดรายชื่อเพื่อเข้าห้องพัก ได้อยู่ห้อง333 และต้องไปต้องกระเป๋าก็ขึ้นห้องพัก การตรวจก็ตรวจหาของที่โรงเรียนต้องห้ามไว้ ตรวจเสร็จก็ขึ้นเอาของไปไว้
เวลา14.00น. ก็ให้ช่างตัดผมมาตัดผมให้ และรับกระเป๋าเรียน ป้ายชื่อ วัดชุดเครื่องแบบ และเอาของต่างๆ วันนี้ยังไม่มีอะไรมาก
วันที่2ที่ได้อยู่ที่นี่ 16 พ.ค. 2549 ตอนเช้า ตื่นตั้งแต่ตี5 มาเช็คยอดบัญชีผล(เช็คจำนวนคน) และออกกำลังกาย และปล่อยให้ขึ้นตอนพัก(ขึ้นชั้นพัก)
เวลา06.00น. และลงมาเช็คยอดบัญชี กินข้าวเช้า06.30น.
เวลาประมาณ 09.00น. ได้มีการฝึกพิเศษจาก[เสือลาย] นย (นาวิกโยธิน) เรื่องระเบียบแถวตั้งแต่เริ่มแรกจากซ้าย ขวา กลับหลัง หัน! การจัดแถว การลุก การนั่ง เจอเข้าไปทำตามไม่ทันเวลา โดนนอนตากแดด เล่นเอาซะดำ และตอนบ่ายเป็นการอบรมจากหมวดวิชาต่างๆ และยังต้องมาฝึกกับ นย ต่อจนเย็น เอาจนเหนื่อย
วันที่3ที่อยู่ ร.ร. วันที่2ของการฝึกกับ เสือลาย นย ก็ยังฝึกแบบวันเมื่อวาน จากเช้าถึงเย็นเลยวันนี้
วันที่4 วันนี้ก็มีเสือเหมือนกัน แต่เป็นเสือเหลือง พระ เข้าค่ายพุทธธรรม 3 วัน เล่นเป็นสัปดาห์โหด อยู่กับพระก็ไม่ร้อนไม่เหนื่อยเหมือน เสือลาย นย ก็จริงแต่เล่นนั่งทั้งวันเมื่อยจะตายและยังมีทดสอบอีก 2-3 เอาซะมีน้ำตากับคนที่บอบบางทางอารมณ์
พอผ่านสัปดาห์แรกได้ ก็เป็นการเริ่มเรียน การเรียนก็ไม่มีปัญหาอะไรมาก ส่วนมากวิชาที่เรียนจะมีแต่เรื่องใหม่ๆ ที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเรือพาณิชย์(เรือสินค้า) จนมาถึงวันนี้ วันที่8 ก.ค. 2549 มีทั้งความกดดัน เครียด และอีกหลายอย่าง ตั้งแต่อยู่ ร.ร. มาภายในร.ร.มีปัญหา เยอะแยะมากมายที่ต้องทำให้เกิดความเครียด ความเซ็ง แต่ก็ต้องทนกับปัญหาเพื่อใช้ในกลับชีวิตในวันข้างหน้า
ที่โรงเรียนนี้สอน หลักสูตรเร่งรัด หลักสูตร 1 ปี แบ่งเป็น ภาคทฤษฎี 6 เดือน และ ภาคปฏิบัติ 6 เดือน
ที่ข้าพเจ้าเรียนอยู่นี้คือ เดินเรือ ถ้าไปฝึกงาน(ภาคปฏิบัติ) จะได้เป็น กลาสี จบภาคปฏิบัติ ก็มาทำใบจบ แล้วจะได้ เลื่อนตำแหน่งขึ้นมาเป็น นายท้าย 5月5日 AdmissionAdmission ถ้าไม่ได้ 4 คณะ แล้วคงจะหมดอนาคตเลยแน่ แต่ก็มีสมัครสมทบไว้ 2 สาขา ไม่ได้ไปแล้ว 1 เหลือออีก 1 และแม่ยังให้ไปสมัคร พาณิชย์นาวี ไว้
แอดมิชชั่น ก็ลงแค่ 2 มหาลัย 2 คณะ 4 สาขา 1-3เป็นมหาลัยเดียวกัน คือ มข อีก 1 คือลำดับที่ 4 คือ มมส ก็อยากได้ที่ มข แต่ตอนนี้ที่ไหนก็ได้ขอให้ได้ที่เรียนๆ วิชาที่เลือกลงไว้ก็ดีมากแล้ว แต่ถ้าพลาดทั้ง 4 คงต้องเป็นที่ พาณิชย์นาวี
พาณิชย์นาวี สมัครแล้วไปสอบสัมภาษณ์เลย และเวลาเรียนในหลักสูตรคนประจำเรือพาณิชย์ ก็ใช้เวลา 1 ปี เรียนทฤษฎี 6 เดือน และภาคปฏิบัติอีก 6 เดือน มีการฝึกงานพร้อมมีเงินเดือนให้ด้วย เรียนเสร็จมีงานทำเลย (อ่านในเอกสารและฟังจากญาติ)
แต่อย่างไรก็ตาม ใจจริงอยากจะเรียนมหาลัยมากกว่า เพราะอยากใช้เวลาของนักศึกษานานๆหน่อย ถ้าเรียนพาณิชย์นาวีล่ะก็ เป็นคนทำงานเร็ว แต่ก็อยากจะได้เงิน อ่ะนะ แต่ไม่เป็นไร พาณิชย์นาวีสมัครถึงวันที่ 20
ต.ค. 2549 (รุ่น2) พอที่จะเรียนผลของพวกแอดมิชชั่นหมดแล้ว ล่ะ 2月4日 ปัจฉิมปัจฉิมที่ผ่านมาแล้ว ก็เหมือนกับโรงเรียนสั่งลาให้กับเราแล้ว เราก็ได้แต่นับวันที่เราจะได้เรียนอยู่ที่นี้ ก็ดีมากแล้วที่ได้รู้จักเพื่อน คุณครู รุ่นพี่ รุ่นน้อง ทุกๆคนที่ไม่ว่าดีหรือยังไงก็ตามต่อเรา เราก็อยู่ในโรงเรียนเดียวกัน ก็สามัคคีกันไว้นะ รักเพื่อนๆ คุณครู รุ่นพี่ รุ่นน้อง ทุกคน ภูมิใจมากที่ได้อยู่ในโรงเรียนนี้ คงคิดถึงโต๊ะที่เรานั่งเรียน คิดถึงห้องเรียน(ที่นอน ที่เล่น ฯลฯ)ของเรา คิดถึงเสียงเพลงที่เคยฟังด้วยกัน คิดถึงกำแพงที่เคย(โดด-รอด)
1月22日 บอกลาการที่จะบอกลา คงจะเป็นเรื่องยากสำหรับทุกคน ตอนที่อยู่ด้วยกันมานาน เรียนมาด้วยกัน กินด้วยกัน เที่ยวด้วยกัน(ไปไหนไปกัน) มีอะไรก็ช่วยกัน ใกล้จะจบ ม.6 อยู่ อีกแค่กี่เดือน ก็คงต้องลาจากกัน และการที่จะอำลาจากกันนั้น เราคงไม่อยากจะพูดคำว่า"ลา"กับเพื่อนๆ ที่อยู่กันมานาน คงได้แต่พูดว่า"เราจะต้องมาเจอกันอีก"
12月30日 เพลงจ้าใน Windows Media player ที่นำมาให้เพลง ตอนนี้ มีเป็นสิบ เพลง ใครที่เข้ามาเยีย่มชมและคอมเม้นต์ ก็ฟังเพลงกันนหน่อยนะครับ แบบว่าเพลงที่ใส่ไว้ในนี้ ขอให้เพลงกันให้จบแลวกันนะ มันเยอะจิงๆ
มีหลายศิลปิน เช่น BodySlam,SillyFools,Ebola,Playground,Mee Pooh,Four-Mod,Ann แอน ฐิติมา,Armchair,Potato,Gear Knight,Drama Stream, Zeal ,Clash, สุนทรี, Trance ziztor, Big Ass
และจะเพิ่มขึ้น เรื่อยๆ ครับผม
12月8日 ความทรงจำก็ใกล้จบแล้ว เพื่อนทุกคน 6/11 ที่รัก อีกไม่กี่เดือน ที่เราจะได้อยู่ร่วมกัน คงต้องใช้เวลาที่เหลืออยู่นี้ อย่างคุ้มค่า และขอให้เพื่อนทุกคนมีที่เรียนทุกคนนะ และตอนนี้ได้หาเพลงมาให้ดูและลองไปหาฟังเอานะ(ไม่รู้จะไปหา ลิงค์เพลงมาจากไหน
(ไม่อยากจะให้วันปัจฉิม มาถึงเลย อ่ะ คิดถึงเพื่อน6/11 และคิดถึงเพื่อนทุกคน) 11月19日 ความรัก คืออะไร"ความรัก" ใครหลายๆ คนพยายามหาคำนิยามให้กับคำๆ นี้ สำหรับฉัน "ความรัก" ขึ้นอยู่กับคนสองคนจะเป็นผู้กำหนด คนทั้งสองจะเป็นคนที่รู้ความหมายของคำๆ นี้ดีทั้งๆ ที่ ความหมายนั้น มันอาจจะไม่ได้บอกให้อีกฝ่ายได้รับรู้... เราจึงมีความหมายของคำนี้แตกต่างกันออกไป "ความรัก" ไม่ได้ทำให้คนเปลี่ยนไป ทำไมน่ะเหรอ ก็เพราะว่า "ความรัก" ทำให้คุณปรับปรุงตัว แต่ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลง เราไม่จำเป็นจะต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อใคร คุณก็ยังเป็นคุณ เขาก็ยังเป็นเขา เพียงแต่จะมีคำว่าเราเพิ่มเข้ามา...เท่านั้นเอง อย่าลืมว่า คุณรักเขาเพราะอะไร ไม่ใช่เพราะที่เขาเป็นตัวเขา ในตอนที่เจอกันครั้งแรกหรอกรึ 8月27日 โค้งสุดท้ายม.6 แล้ว ก็จะได้จบจาก มัถยม จะได้เข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยแล้ว ชีวิตในมัถยมกับเพื่อนๆ ที่จะจากกันไป ทั้งคนที่เรารักและสถานบันที่เคยอยู่มานานถึง6ปี และเพื่อนม.6/11ทุกคน ที่เราอยู่ด้วยกันมาไม่ว่าจะกี่ปีก็ตามมิตรภาพจะมีให้เสมอ
ช่วงสุดท้ายแล้วสินะ ใกล้จะเปิดเรียนเทอม2 แล้วกับปีสุดท้ายที่ต้องอยู่ในรั้วมัถยมที่ต้องก้าวผ่าน ถึงขั้นแล้วกับการที่จะเจอสอบครั้งสำคัญ คือ การสอบ Ent. หนังสือเราก็ไม่ค่อยอ่านด้วย |
|
|